คำสาป?

คำสาป?

คำสาปจะมีจริงบนโลกใบนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกัน

แต่ที่แน่ๆ คนบางชาติในประเทศด้อย (กำลัง) พัฒนา ดูจะนิยม และให้ความสำคัญกับ คำสาป ซะเหลือเกิน

ดังจะเห็นว่ามีการทำพิธี เผาพริกเผาเกลือ สาปแช่งผู้ที่พวกเขาอาฆาตแค้น

แต่สำหรับประเทศที่เจริญแล้วอย่างอังกฤษ ประเพณีทำนองนี้ไม่น่าจะมีอยู่ในสารบบ

อย่างไรก็ดี ถึงวันนี้แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ในกำมือและมันสมองของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังไม่ขยับไปไหนซะที

ประมาณว่าพอก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ก็มีอันต้องก้าวถอยหลังสองก้าว สลับกันไปอยู่อย่างนี้

จึงไม่แปลกเลยที่ ผีแดง ของกุนซือชาวนอรเวย์จะถูกแฉว่ามีผลงานการออกสตาร์ตซีซั่นที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 33 ปีของสโมสร พลันที่ออกไปพ่าย บอร์นมัธ 1-0

กล่าวคือ หลังจากลงบู๊ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกซีซั่น 2019/20 ไปแล้ว 11 นัด โซลชาพาทีมเก็บคะแนนได้แค่ 13 แต้มเท่านั้น

หากแต่ที่แย่ยิ่งกว่าผลงานบนอันดับตารางก็คือ “ฟอร์ม” การเล่นในสนามนั่นเอง

คล้ายกับว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะเริ่มตั้งลำได้หลังสร้างชื่อเป็นทีมแรกในลีกซีซั่นนี้ที่หยุดสถิติชนะรวดของ ลิเวอร์พูล ได้สำเร็จ

จากผลเสมอในเกมวันแดงเดือดที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ว่ากันว่ามันอาจเป็น “จุดเปลี่ยน” ของทีมอสูรก็เป็นได้

แม้เกมจะเป็นรอง หงส์แดง หลายขุม แต่ในเมื่อแบ่งแต้มกับทีมจ่าฝูงได้ มันย่อมถือเป็นความสำเร็จของทีมที่ด้อยศักยภาพกว่า

แล้วในที่สุด เกมต่อมา แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เข้าอีหรอบเดิมอย่างเร็วจี๋โดยบุกไปกำชัยเหนือ ปาร์ติซาน เบลเกรด ในถ้วยยูโรปาลีกแบบเฉียดฉิว 1-0 ด้วยลูกจุดโทษ

ถัดมานัดบุกไปอัด นอริช 3-1 แฟนผีพอจะชื่นใจได้ไม่น้อย แม้ว่ากันตามจริง นกขมิ้น เป็นทีมที่ใจดี พร้อมแจกแต้มให้กับทุกทีมแบบฟรีๆในสไตล์ “ชิม ช็อป ใช้” อยู่แล้ว ฐานที่จองศาลาเตรียมตัวกลับบ้านเก่าอย่างไวนั่นเอง

ถัดจากนั้น สถานการณ์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด แลดูสดใสมากขึ้นไปอีกเมื่อบุกไปย้ำแค้น เชลซี ของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ได้ในถ้วยคาราบาวคัพ แม้ฟอร์มโดยรวมจะแย่กว่า สิงห์บลูส์ เห็นๆ

จวบจนล่าสุด ผีแดง ก็กลับคืนสู่สภาพเดิมจนได้เมื่อออกไปพ่าย เดอะ เชอร์รีส์ ไม่ได้ส่อแววเลยสักนิดว่าดีพอที่จะแย่งชิงโควต้าท๊อปโฟร์

และมันเป็นเหมือนที่ โซลชา ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมจริงๆนั่นแหละว่าหากคุณต้องการตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีก คุณก็จำเป็นต้องชนะเกมแบบนี้

ขณะเดียวกัน  กุนซือเบบี้เฟซยังยอมรับด้วยว่าพลพรรค ปีศาจแดง ชุดนี้ขาดคุณสมบัติในแง่ของ “คุณภาพ” อย่างเห็นได้ชัด

เมื่อพูดถึง “คุณภาพ” จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมองไปถึงแผงรุกเนื่องจากเกมฟุตบอลวัดผลแพ้ชนะที่การยิงประตู

หากจะพูดกันแบบกำปั้นทุบดิน ก็ต้องบอกว่า “ศูนย์หน้า” ที่ดี จะทำยังไงก็ได้ ขอแค่ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายเท่านั้นเป็นพอ

แต่สำหรับนาทีนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่มีสิ่งนี้หลังจาก โซลชา หน้ามืดตามัวขาย โรเมลู ลูกากู ให้กับ อินเตอร์ มิลาน อย่างน่าช็อก

อย่างที่ทุกคนได้เห็นกันนั่นแหละว่าหลายเกมที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด กำชัยได้ก็ด้วย “ลูกโทษ” บ้าง “ลูกฟรีคิก” บ้าง หาได้น้อยมากที่พวกเขาจะเซ็ตเกมแบบ “โอเพ่นเพลย์” เข้าไปสอยตาข่ายคู่แข่งได้สวยๆเหมือนกับทีมชั้นดีรายอื่นๆ

นอกจากจะปราศจาก “สไตร์เกอร์” ขนานแท้ชั้นยอดแล้ว แผงมิดฟิลด์ของ ปีศาจแดง ก็ไม่ดีพอที่จะสร้างสรรค์โอกาส ปั้นบอลงามๆ หรือว่าทำเกมรุกแบบเหนือๆป้อนให้กับหัวหอกจบสกอร์ด้วยเช่นกัน

ถึงตรงนี้ ภาพของ ลูกากู จึงน่าจะกำลังหลอกหลอน โซลชา และติ่งของกุนซือหน้าทารกให้นอนขวัญผวาไปกับฝันร้ายอยู่ทุกคืน เนื่องจากดาวยิงผิวสียังสามารถเอาดีได้ในเกมเซเรียอา

ยิ่งไปกว่านั้น หัวหอกทีมชาติเบลเยี่ยมยังสร้างชื่อได้เทียบเท่า โรนัลโด้ อดีตสตาร์ทีมชาติบราซิลของ งูใหญ่ อีกด้วย จากผลงานสอยตาข่ายได้ 9 ลูกจาก 11 นัดแรก

แม้ดาวยิงนิคเนม “รอม” อาจไม่ได้ทิ้งคำสาปแช่งเอาไว้ที่โรงละคร หลังถูกเจ้านายมองข้ามความสามารถ ก่อนตัดสินใจเลือกเฉดหัวเขาออกจากสโมสร

แต่ ณ วันนี้ ความจริงบอกกับเราว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ตายสนิทหลังขาย ลูกากู ท่ามกลางความเห็นชอบของแฟนผีกลุ่มหนึ่งที่ประเมินฝีเท้าของเขาต่ำไปด้วยมองแค่ว่าสตาร์ร่างยักษ์คอนโทรลบอลได้แย่ จับบอลกระโดกกระเดก ต่อให้เขาทำประตูได้ย่างเป็นกอบเป็นกำก็เถอะ

แล้วในที่สุด โซลชา ก็ต้องหาทางแก้ปัญหาใหญ่ในจุดนี้ด้วยการมองหากองหน้าคนใหม่ในตลาดหน้าหนาว

 หากแต่เขาคนนั้นจะเป็นใคร จะเป็นคนที่ใช่ และจะแจ๋วกว่า ลูกากู เพื่อยกระดับทีมให้ดีกว่าที่เป็นอยู่หรือเปล่าเท่านั้น

 

 

Post by admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *