ชำแหละ “4 ประเด็นร้อน” หลังเกมปืนใหญ่ร่วงยูโรปาลีก

การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า ยูโรปาลีก 2019/20 รอบ 32 ทีมสุดท้าย เลกที่ 2
คืนวันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ 2020
เวลาแข่งขัน 03.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
อาร์เซนอล 1-2 โอลิมเปียกอส
(สกอร์รวม 2-2 แต่ โอลิมเปียกอส ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยกฎอเวย์โกล)
สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

4. ความเป็นไปของเกม

รูปเกมดูจะผิดคาดเล็กน้อย เมื่อโอลิมเปียกอสที่ปราชัยมาก่อนในเลกแรกไม่ได้พยายามที่จะเปิดเกมรุกมากนัก พวกเขาตั้งรับลึกอย่างเหนียวแน่นและเปิดโอกาสให้อาร์เซนอลเป็นฝ่ายได้ครอบครองบอลบุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง แต่บอลในพื้นที่สุดท้ายของบรรดาแนวรุกไอ้ปืนใหญ่กลับทำได้น่าผิดหวัง

g

เจ้าถิ่นเกือบจะขึ้นนำในช่วงท้ายครึ่งแรก เมื่อ อเล็กซองดร์ ลากาเซ็ตต์ แท็ปอินลูกเปิดเลียดของ บูคาโย ซากา บอลไปซุกที่ก้นตาข่าย แต่ผู้กำกับเส้นยกธงให้เป็นลูกล้ำหน้าไปเสียก่อน

ลูกทีมของ มิเคล อาร์เตตา ถูกลงโทษในครึ่งหลังจากการป้องกันลูกเตะมุมที่ไม่เหนียวแน่นพอ ทำให้ ปาปู ซิสเซ ได้โหม่งเหน่งๆเป็นประตู พลพรรคไอ้ปืนใหญ่พยายามเร่งจังหวะในช่วงเวลาที่เหลือแต่ทั้งการผ่านบอล การตัดสินใจ และการประสานงานที่ดูจะขาดๆเกินๆในช็อตชี้เป็นชี้ตายที่ไม่ดีพอก็ทำให้เกมต้องยืดเยื้อจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ

โอลิมเปียกอสดูจะหวังเพียงแค่ยื้อให้ถึงการดวลลูกจุดโทษ แนวรับที่ลึกอยู่แล้วของพวกเขายิ่งถอยร่นมากขึ้นไปอีกในช่วงต่อเวลา และรูปแบบดังกล่าวก็กลายเป็นดาบสองคมเล่นงานพวกเขาในที่สุดเมื่อเปิดโอกาสให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ได้ตีลังกายิงสุดสวย แต่แล้ว แอนตี้ไคลแม็กซ์ก็เกิดขึ้นในนาทีสุดท้ายของการต่อเวลาพิเศษเมื่อการตัดสินใจที่ผิดพลาดของ ดาวิด ลุยซ์ ปล่อยบอลครอสผ่านหน้าตัวเองไปถึง ยูสเซฟ เอล อราบี ได้หลุดไปล่อเป้า แบรนด์ เลโน เหน่งๆ ทำให้เหล่า เดอะ กันเนอร์ส ต้องอกหักตกรอบ

i

3. เหตุผลที่ลากาเซ็ตต์ทำได้เป็นเพียงแค่ตัวสำรองในช่วงหลัง

น่าแปลกใจไม่น้อยที่ในช่วงหลัง อเล็กซองดร์ ลากาเซ็ตต์ ดาวยิงตัวเก่งของอาร์เซนอล ถูก มิเคล อาร์เตตา ดร็อปเป็นตัวสำรอง แต่แล้วฟอร์มของเจ้าตัวในเกมนี้กับโอลิมเปียกอส ก็แสดงให้เห็นว่าเพราะเหตุใด ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง, กาเบรียล มาร์ติเนลลี หรือกระทั่ง เอ็ดดี เอ็นเคเทียห์ จึงได้รับโอกาสมากกว่าเขา

ลากาเซ็ตต์ดูจะไร้ความมั่นใจอย่างเห็นได้ชัด จังหวะชี้เป็นชี้ตายที่เขาเคยทำได้ดีกลับพลาด ขณะที่การประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมก็ไม่ได้ลื่นไหลอย่างที่ควรด้วยเช่นกัน

c

2. โอบาเมยอง คนเดียวไม่พอ

ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง คีย์แมนในแดนหน้าของอาร์เซนอล เกือบจะกลายเป็นพระเอกเมื่อเป็นคนยิงประตูตีเสมอในช่วงต่อเวลาพิเศษให้สกอร์เป็น 1-1 ก่อนที่ทีมจะเสียประตูในช่วงท้ายเกม

กองหน้าทีมชาติกาบองได้โอกาสเหน่งๆอีกครั้งในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แถมเป็นการดวลกับนายทีมเยือนในระยะเผาขน แต่แล้วเจ้าตัวกลับยิงหลุดกรอบออกไปอย่างไม่น่าเชื่อ

แน่นอนว่าเจ้าตัวยังคงเป็นแข้งสำคัญของ เดอะ กันเนอร์ส ชนิดที่ทีมขาดไม่ได้ แม้จะพลาดโอกาสทอง แต่ มิเคล อาร์เตตา ต้องมีลูกทีมคนอื่นๆที่จะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของโอบาเมยองได้เพื่อเพิ่มความเด็ดขาดที่แดนสุดท้าย

a

1. สถิติจาก OPTA ที่น่าสนใจ

– อาร์เซนอล ตกรอบทัวร์นาเมนต์ยุโรปในการเล่นรอบน็อคเอาท์ที่พวกเขาเป็นฝ่ายเอาชนะเลกแรกในการเล่นเป็นทีมเยือนก่อนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพวกเขา (จากทั้งหมด 18 ครั้ง)
– ไอ้ปืนใหญ่ ปราชัยเป็นนัดแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2019 (1-2 ต่อ เชลซี ในพรีเมียร์ลีก) ทำให้สถิติไร้พ่าย 10 นัดติดต่อกันเมื่อรวมทุกรายการสิ้นสุดลง
– โอลิมเปียกอส สามารถเข่น อาร์เซนอล ในการเล่นนอกบ้านของพวกเขาได้ติดต่อกัน 2 นัด หลังจากที่ปราชัยต่อ เดอะ กันเนอร์ส มา 3 เกมติดต่อกันก่อนหน้านี้
– เดอะ กันเนอร์ส ปราชัยในเกมเหย้าทัวร์นาเมนต์ยุโรปติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อปี 2015
– ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ยิงประตูรวมทุกรายการไปแล้ว 61 ประตูนับตั้งแต่เดบิวต์กับไอ้ปืนใหญ่ เมื่อกุมภาพันธ์ 2018 มีเพียง โมฮาเหม็ด​ ซาลาห์ (64 ประตู) เท่านั้นที่เป็นแข้งพรีเมียร์ลีกที่ยิงได้มากกว่าเขา
– อาร์เซนอล ต้องรอจนถึงนาทีที่ 76 กว่าที่ความพยายามในการทำประตูของพวกเขาจะตรงกรอบเป็นครั้งแรกของเกม (จาก นิโกลาส์ เปเป้)

Post by Warpball News

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *