ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

17/05/2019 Admin

สาวก “เร้ด อาร์มี่” ทั่วโลกต่างดีใจกันยกใหญ่เมื่อ เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้สัญญากับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ว่า จะได้เงินไปซื้อนักเตะใหม่มาเสริมทัพอย่างเต็มที่แน่นอนในช่วงเปิดตลาดซัมเมอร์นี้ เพื่อทวงความยิ่งใหญ่กลับคืนมาให้จงได้ หลังมีผลงานน่าผิดหวังในฤดูกาล 2018-19

อย่างไรก็ตามในยุคที่ “น้าเอ็ด” คุมเรื่องการบริหาร ดูเหมือนว่าเขาไม่สามารถใช้เม็ดเงินที่ตระกูลเกลเซอร์มอบให้ไปลงทุนกับการซื้อนักเตะไม่คุ้มค่าเลย อย่างในรายของ เฟร็ด ที่ซื้อมาด้วยสนนราคา 52 ล้านปอนด์  (ราว 2,132 ล้านบาท) เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่ผลงานน่าผิดหวังที่สุด

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

กรณีของ ปอล ป็อกบา กับค่าตัว 89 ล้านปอนด์ (ราว 3,649 ล้านบาท) ก็ดูเหมือนนักเตะจะสนเรื่องทรงผมกับโซเชียลมากกว่าเกมลูกหนัง แม้ช่วงท้ายซีซั่นจะโชว์ฟอร์มได้ดี แต่สุดท้ายก็กลับมาฟอร์มหดเหมือนเดิมแถมยังมีปัญหากับแฟนบอลในเกมปิดซีซั่นด้วย

ฉะนั้นในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ วู้ดเวิร์ด ลั่นวาจาพร้อมทุ่มเงินสร้างทีม แต่เงินที่ทุ่มไปนั้นจะคุ้มค่าหรือเปล่า ลองมาเช็คจากนักเตะที่เขามีส่วนดึงตัวมาร่วมทีมกันหน่อยว่า “ปัง” หรือ “พัง”

– มารูยาน เฟลไลนี่ ค่าตัว 27.5 ล้านปอนด์ (ราว 1,127 ล้านบาท) – พัง  

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

แม้ว่าจะอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มานานถึง 6 ปี และลงสนามในสีเสื้อ “เร้ด เดวิลส์” กว่า 100 เกมในพรีเมียร์ลีก แต่ เฟลไลนี่ ยังไม่เคยทำให้บรรดาสาวก “เร้ด อาร์มี่” รู้สึกไว้วางใจได้เลย โดย ดาวเตะชาวเบลเยียม ช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก ในฤดูกาล 2016-17 และเอฟเอ คัพ 2015-16 แต่ไม่เคยโชว์ฟอร์มได้สุดยอดเหมือนสมัยเล่นให้เอฟเวอร์ตัน ในนามแข้ง “ผีแดง” เลย

– ฆวน มาต้า ค่าตัว 37.1 ล้านปอนด์ (ราว 1,521 ล้านบาท) – ปัง 

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

ย้ายจาก เชลซี มาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2014 และประสบความสำเร็จกับสโมสรในยุคหลังากที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือ อย่างไรก็ตามนักเตะเตรียมจะอำลา “โรงละครแห่งความฝัน” ในช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะหมดสัญญากับต้นสังกัด และแน่นอนว่าเขาจะโบกมือลาทีมด้วยความภาคภูมิใจ เพราะถือเป็นนักเตะที่มีฟอร์มการเล่นคงเส้นคงวากับ “ผีแดง” ในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมา

– อันเดร์ เอร์เรร่า ค่าตัว 28.8 ล้านปอนด์ (ราว 1,180 ล้านบาท) -ปัง

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

ดาวเตะเลือดสแปนิช เหมือนกับ มาต้า เพื่อนร่วมชาติ นี่คือหนึ่งในนักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ดที่ดีที่สุดในยุคมืดมิดของสโมสร และเขาก็จะอำลาทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ โดย เอร์เรร่า ทำผลงานได้ดีเยี่ยมในการเล่นฟุตบอลลีกเมืองผู้ดี และคาดว่าจะย้ายไปอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ฤดูกาลหน้า

– ลุค ชอว์ ค่าตัว 33 ล้านปอนด์ (ราว 1,353 ล้านบาท) – ปัง 

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

ช่วงแรกโดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน และถูกวิจารณ์อย่างหนักจากเจ้านายตัวเอง (โชเซ่ มูรินโญ่) เรื่องสภาพความฟิต แต่สุดท้ายแล้วเขาคือฟูลแบ็กที่ดีที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมา และการคว้าแข้งยอดเยี่ยมประจำซีซั่นนี้ เป็นเครื่องการันตีความเก่งของเขา แน่นอนว่า ลอว์ คงจะได้เป็นนักเตะตัวจริงของ “ปีศาจแดง” ในช่วงหลายๆ ปีที่จะถึงนี้ และด้วยวัยเพียง 23 ปีเขาจะเป็นนักเตะสำคัญในการสร้างความยิ่งใหญ่คืนสู่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

– มาร์กอส โรโฮ ค่าตัว 16 ล้านปอนด์ (ราว 656 ล้านบาท) – พัง

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

ไหนจะมีปัญหาบาดเจ็บ ไหนจะฟอร์มตก ทำให้ โรโฮ แจ้งเกิดกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้เลย ต้องยอมรับว่า ปราการหลังชาวอาร์เจนไตน์ มีช่วงเวลาที่แสนยากลำบากใน “เธียเตอร์ ออฟ ดรีม” และเป็นไปได้ว่าเขาคงจะอำลาสโมสรในช่วงซัมเมอร์นี้

– อังเคล ดิ มาเรีย ค่าตัว 59.7 ล้านปอนด์ (ราว 2,447 ล้านบาท) – พัง

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

การเซ็นสัญญาด้วยค่าตัวเกือบ 60 ล้านปอนด์ (ราว 2,460 ล้านบาท) จาก เรอัล มาดริด ต้องยอมรับว่านี่คือความผิดพลาดมหันต์ของ วู้ดเวิร์ด แม้ว่านักเตะจะยิงประตูสุดสวยในเกมกับ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ แต่ ปีกจอมพลิ้วทีมชาติอาร์เจนตินา มีฤดูกาลที่เลวร้ายอย่างที่สุดกับสโมสร

– ดาเล่ย์ บลินด์ ค่าตัว 14 ล้านปอนด์ (ราว 574 ล้านบาท) – ปัง

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

เล่นได้หลากหลาย, ทุ่มเท และพร้อมเสียสละเพื่อทีม ไม่ว่าจะโดนจับไปเล่นแบ็กซ้าย, เซนเตอร์ฮาล์ฟ หรือขึ้นไปเป็นหัวใจแดนกลาง ดาวเตะเลือดดัตช์สามารถทำได้หมด แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะให้เครดิตนักเตะ เพราะ โซลชา มากุมบังเหียนตอนที่เขาเล่นให้ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ในฤดูกาล 2018-19

– เมมฟิส เดอปาย ค่าตัว 25 ล้านปอนด์ (ราว 1,025 ล้านบาท) – พัง

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

นักเตะที่เต็มเปี่ยมด้วยพรสวรรค์อย่างน่าเหลือเชื่อ แต่ขาดความทุ่มเทซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการเล่นฟุตบอลอังกฤษ ด้วยเหตุนี้ เดอปาย จึงไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้สมัยที่อยู่กับ แมนฯ ยูฯ ปัจจุบันเขาย้ายไปเล่นให้ โอลิมปิก ลียง และฟอร์มการเล่นก็สุดยอดเกินห้ามใจ ซึ่งต่างจากตอนที่สวมเครื่องแบบ “อสูรแดง”

– มัตเตโอ ดาร์เมียน ค่าตัว 12.9 ล้านปอนด์ (ราว 528.9 ล้านบาท) – พัง

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

การเซ็นสัญญานักเตะรายนี้ก็เพื่อที่จะขยับ แอชลี่ย์ ยัง กับ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ขึ้นไปเล่นปีก แต่ ดาร์เมียน ต้องเจอช่วงเวลาที่เลวร้ายจนแทบจะกลายเป็นนักเตะที่ถูกลืม แน่นอนว่าเจ้าตัวคงเตรียมโบกบินกลับไปกินเส้นมะกะโรนีที่บ้านเกิดในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังได้ลงเล่นแค่ 60 เกมในลีกเท่านั้น แถมยังเป็นตัวสำรองซะส่วนใหญ่ด้วย

– บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ค่าตัว 15 ล้านปอนด์ (ราว 615 ล้านบาท) – พัง

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

ตำนานวงการลูกหนังชาวเยอรมัน ประสบความสำเร็จกับ บาเยิร์น มิวนิค และทีมชาติเยอรมนี แต่ ชไวน์สไตเกอร์ ต้องพบกับความล้มเหลวเมื่อตัดสินสลัดน้ำหมึกเซ็นสัญญามาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยเขาไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้เลย และได้เล่นในเกมลีกแค่ 18 แมตช์ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ ชิคาโก้ ไฟร์ ในศึกเอ็มแอลเอส สหรัฐฯ หลังอยู่ทำมาหารับประทานกับ “ผีแดง” เกือบ 2 ปี

– มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน ค่าตัว 24 ล้านปอนด์ (ราว 984 ล้านบาท) – พัง

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

หลายคนมองว่าเขาจะมาแก้ปัญหาในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง โดยอดีตแข้ง “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน เป็นอีกหนึ่งรายที่ไม่สามารถระเบิดฟอร์มการเล่นเมื่อย้ายมาอยู่กับแมนฯ ยูฯ โดย ชไนเดอร์ลิน ย้ายทีมหลังอยู่กับสโมสรเพียง 2 ปี และได้ลงเล่นเกมลีก 32 แมตช์ ก่อนจะไปค้าแข้งกับ เอฟเวอร์ตัน

– อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ค่าตัว 44.5 ล้านปอนด์ (ราว 1,824 ล้านบาท) – ปัง

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับอดีตสตาร์โมนาโก แต่ มาร์กซิยาล พิสูจน์แล้วว่าเขามีโอกาสที่จะพัฒนาตัวเองขึ้นเป็นนักเตะระดับโลก แน่นอนว่า แมนฯ ยูฯ ต้องการสร้างทีมขึ้นมาโดยมี มาร์กซิยาล เป็นแกนหลักของทีมในช่วงหลายปีต่อจากนี้ หรือเสี่ยงที่จะเสียเขาไป และว่ากันว่านักเตะตอนนี้มีค่าตัวไม่น้อยเลยทีเดียว

– เอริก ไบยี่ ค่าตัว 30 ล้านปอนด์ (ราว 1,230 ล้านบาท) – ปัง

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

ถ้าไม่ใช่เพราะปัญหาบาดเจ็บ แน่นอนว่า ไบยี่ น่าจะเป็นหนึ่งในเซนเตอร์แบ็กชั้นยอดในศึกพรีเมียร์ลีก ในช่วงเวลาที่อยู่กับ แมนฯ ยูฯ ดาวเตะชาวไอวอรี่โคสต์ ต้องเจอกันสถานการณ์ยากลำบาก และตำแหน่งของเขาก็ไม่แน่นอน แต่หากเจ้าตัวฟิต มีความเป็นไปได้ที่จะเล่นได้สุดยอด

– ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ค่าตัว ฟรี – ปัง

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

ซลาตัน ถูกกล่าวขวัญอย่างมาก สำหรับ 1 ฤดูกาลที่สุดยอดของเขา โดย ดาวเตะเลือดสวีดิช นำความครึกครืนคู่สู่สังคม “ผีแดง” เมื่อซัดไป 17 ประตูจากการเล่น 33 แมตช์ในลีก โดยเขาช่วยทีมคว้าแชมป์ ลีก คัพ (คาราบาว คัพ) และ ยูโรปา ลีก แน่นอนว่านี่คือนักเตะที่เข้าไปนั่งในดวงใจของ “เร้ด อาร์มี่” ทั้งสี่ห้องแล้ว

– เฮนริค มคิทาร์ยาน ค่าตัว 30 ล้านปอนด์ (ราว 1,230 ล้านบาท) – พัง

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

แมนฯ ยูฯ ดึงตัวมาจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ โดย มาคิทาร์ยาน ถือเป็นนักเตะที่ได้รับการคาดหวงสูงมาก แต่สุดท้ายนักเตะมีปัญหาเรื่องสภาพความฟิต และไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ ก่อนจะโดนส่งไปแลกตัวกับ อเล็กซิส ซานเชซ ที่อาร์เซน่อล

– ปอล ป็อกบา ค่าตัว 89 ล้านปอนด์ (ราว 3,649 ล้านบาท) – พัง

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

หลังจากที่ย้ายมาร่วมทีมด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลก (ในเวลานั้น) ป็อกบา อำลา “ม้าลาย” ยูเวนตุน เพื่อกลับมายังถิ่นเก่าที่คุ้นเคยตั้งแต่เด็กๆ โดยเป้าหมายก็คือการนำวันชื่นคืนสุขแห่งความสำเร็จสู่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง แต่ดูเหมือนนักเตะจะงุ่นง่านกับเรื่องทรงผม และสื่อโซเชียลมากกว่าฟุตบอล นั่นทำให้ ป็อกบา ไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้อย่างต่อเนื่อง
แม้ว่า ป็อกบา อาจจะไม่ใช่ผู้เล่นยอดนิยมของ “เร้ด อาร์มี่” แต่เขาก็นำฝรั่งเศส คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 และนักเตะระดับนี้คงไม่อยากจะอยู่กับทีมที่ไม่ได้เล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีก ฉะนั้นมีความเป็นไปได้ที่เขาจะย้ายทีมโดยจุดหมายน่าจะเป็น เรอัล มาดริด หรือ บาร์เซโลน่า

– วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ค่าตัว 31 ล้านปอนด์ (ราว 1,271 ล้านบาท) – ปัง 

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเจอกับสถานการณ์ยากลำบากในการหาเซนเตอร์แบ็ก และการเซ็น ลินเดอเลิฟ มาจาก เบนฟิก้า เพราะนักเตะน่าจะแก้ปัญหาวิกฤตินี้ได้ อย่างไรก็ตามเขาต้องเจอกับเรื่องย่ำแย่ในการงัดฟอร์มเก่ง กระนั้นภายใต้การกุมบังเหียนของ โซลชา แข้งเลือดสวีดิช ค่อยๆ ทำผลงานดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเป็นหัวใจในแนวรับไปแล้ว

– โรเมลู ลูกากู ค่าตัว 75 ล้านปอนด์ (ราว 3,075 ล้านบาท) – พัง

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

หลังจากที่โชว์ฟอร์มสุดยอดกับ เอฟเวอร์ตัน และมีปีที่สุดยอดในชุด “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” แน่นอนว่าแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ตื่นเต้นมากๆ ที่ได้เซ็นสัญญากับ กองหน้าร่างยักษ์รายนี้ ด้วยความแข็งแกร่ง, รวดเร็ว และยิงประตูได้ดุดัน แต่ หัวหอกเลือดเบลเยียม มักจะเล่นได้ดีเมื่อฟิตสมบูรณ์ กระนั้นเขายังขาดเรื่องความคงเส้นคงวา
สำหรับตอนนี้ ลูกากู ดูเหมือนจะไม่ใช่ตัวเลือกหลักของทีม เพราะพวกเขามีนักเตะอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด, มาร์กซิยาล และ เมสัน กรีนวู้ด แข้งดาวรุ่งจากศูนย์ฝึกเยาวชน

– เนมานย่า มาติช ค่าตัว 40 ล้านปอนด์ (ราว 1,640 ล้านบาท) – ปัง

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

ตอนที่อยู่กับ เชลซี เจ้าตัวก็เล่นได้ดี พอมาอยู่กับ แมนฯ ยูฯ ก็ยังเล่นได้เยี่ยม โดยเป็นนักเตะคอยเชื่อมเกมแดนกลาง พร้อมกับช่วยเล่นเกมรับได้สุดยอด ฉะนั้น มาติช คือนักเตะที่คุ้มค่าทุกเพนนีจริงๆ

– อเล็กซิส ซานเชซ แลกตัว – พัง

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

อเล็กซิส ซานเชซ ย้ายมาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว แต่มีค่าเหนื่อยแพงระยับ ว่ากันว่าน่าจะประมาณ 500,000 ปอนด์ (ราว 20.50 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ แต่ผลงานของนักเตะดีเหลือเกินเมื่อซัดประตูเดียวในเกมลีกฤดูกาล 2018-19 โดยฝีเกือกของเขาเทียบไม่ได้เลยกับตอนอยู่ อาร์เซน่อล และ บาร์เซโลน่า ฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่าเขาคงไม่ได้อยู่กับทีมอีกแล้ว แต่ก็อาจจะได้เล่นในลีกเมืองผู้ดีต่อไป ส่วนทีมไหนกล้าเสี่ยงก็ต้องรอดูกัน

– ดีโอโก ดาโลต์ ค่าตัว 19 ล้านปอนด์ (ราว 779 ล้านบาท) – ปัง

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

นี่คือหนึ่งในแข้งแห่งอนาคตของทีม โดยนักเตะรายนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด อยากได้มากๆ ทั้งหนุ่ม และไฟแรง ที่สำคัญ ดาโลต์ ยังมีโอกาสพัฒนาศักยภาพได้อีกเยอะ และแทบจะแน่นอนว่าในตำแหน่งแบ็กขวาเขาคงจะยึดตัวจริงอย่างไม่ต้องสงสัย ฉะนั้นค่าตัว 19 ล้านปอนด์ ถือว่าคุ้มแสนคุ้มจริงๆ

 – เฟร็ด ค่าตัว 52 ล้านปอนด์ (ราว 2,132 ล้านบาท) – พัง

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

นี่คือหนึ่งในนักเตะที่แฟนบอลแมนฯ ยูฯ สนใจ เพราะตอนที่ทีมเซ็นสัญญาต้องบอกเลยว่า ดาวเตะบราซิเลียน สร้างความตื่นเต้นให้กับสาวกของทีมพอสมควร อย่างไรก็ตาม ยิ่งเวลาผ่านไปยิ่งเห็นชัดว่า เฟร็ด ไม่ใช่ผู้เล่นที่คาดหวังอะไรได้เลย แม้ช่วงท้ายซีซั่นจะค่อยๆ พัฒนาฝีเท้า แต่ก็เท่านั้นเพราะสุดท้ายก็ยังฟอร์มต่ำเตี้ยเรียดดินอยู่ดี

– ลี แกรนท์ ค่าตัว 1.5 ล้านปอนด์ (ราว 61.5 ล้านบาท) – พัง

ใครปังใครพัง ยุค เอ็ด วู้ดเวิร์ด ทุ่ม 741 ล้านปอนด์สร้างแมนยูไนเต็ด

นี่คือการเซ็นสัญญาที่ช็อกพอสมควรหลังทีมกระชายนายทวารจอมเก๋ามาจาก สโต๊ค ซิตี้ ในปี 2018 โดย อดีตโกล์ทีมชาติอังกฤษ รุ่นยู 21 ปี ไม่ค่อยได้รับโอกาสมากนัก  แต่เกมเดียวที่เขาได้ลงเล่นก็คือแมตช์ คาราบาว คัพ และแพ้จุดโทษ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ แม้ว่านักเตะจะประสบการณ์ก็ตาม แต่ดูเหมือนแทบไม่มีประโยชน์กับทีมเลย

Leave Comment
ติดตามพวกเรา